วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลอยกระทง 2557

วันลอยกระทง 2557 ประวัติวันลอยกระทง 2557 

ลอยกระทง 2557

By Horoworld Update วันที่ 
วันลอยกระทง 2557 ประวัติวันลอยกระทง 2557 ลอยกระทง 2557วันลอยกระทง 2557 ประวัติวันลอยกระทง 2557 ลอยกระทง 2557

ประวัติวันลอยกระทง ปี2557 ปีนี้ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557 
    วันลอยกระทง 2557 ประวัติวันวันลอยกระทง (loy krathong day) เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง
และในปี พ.ศ. 2557 นี้ วันลอยกระทง 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งตรงกับวันพฤกัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557


   เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย

   การลอยกระทง ตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า 'แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน'

   ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า

   'ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง'

    ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย

    ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุด ที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคม บนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว


เหตุผลและความเชื่อของการลอยกระทง 
          สาเหตุที่มีประเพณีลอยกระทงขึ้นนั้น เกิดจากความเชื่อหลาย ๆ ประการของแต่ละท้องที่ ได้แก่ 

          1.เพื่อ แสดงความสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ตลอดจนเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงไปในน้ำ อันเป็นสาเหตุให้แหล่งน้ำไม่สะอาด

          2.เพื่อ เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที เมื่อคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ และได้ทรงประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุทท

          3.เพื่อ เป็นการสะเดาะเคราะห์ เพราะการลอยกระทงเปรียบเหมือนการลอยความทุกข์ ความโศกเศร้า โรคภัยไข้เจ็บ และสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ให้ลอยตามแม่น้ำไปกับกระทง คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์

          4.เพื่อ เป็นการบูชาพระอุปคุต ที่ชาวไทยภาคเหนือให้ความเคารพ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล โดยมีตำนานเล่า ว่าพระอุปคุตเป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้ 

          5.เพื่อ รักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

          6.เพื่อความบันเทิงเริงใจ เนื่องจากการลอยกระทงเป็นการนัดพบปะสังสรรค์กันในหมู่ผู้ไปร่วมงาน

          7.เพื่อ ส่งเสริมงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อมีเทศกาลลอยกระทง มักจะมีการประกวดกระทงแข่งกัน ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เกิดความคิดแปลกใหม่ และยังรักษาภูมิปัญหาพื้นบ้านไว้อีกด้วย

ประเพณีลอยกระทงในแต่ละภาค

          ลักษณะการจัดงานลอยกระทงของแต่ละจังหวัด และแต่ละภาคจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันคือ
 
          ภาคเหนือ (ตอนบน) จะเรียกประเพณีลอยกระทงว่า 'ยี่เป็ง' อันหมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่  (เดือนยี่ถ้านับตามล้านนาจะตรงกับเดือนสิบสองในแบบไทย) โดยชาวเหนือจะนิยมประดิษฐ์โคมลอย หรือที่เรียกว่า 'ว่าวฮม' หรือ 'ว่าวควัน' โดยการใช้ผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ ให้โคมลอยขึ้นไปในอากาศ เพื่อเป็นการบูชาพระอุปคุตต์ ซึ่งเชื่อกันว่าท่านบำเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า


        จังหวัดตาก จะประดิษฐ์กระทงขนาดเล็ก แล้วปล่อยลอยไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เรียงรายเป็นสาย เรียกว่า'กระทงสาย' 
 



          จังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องประเพณีลอยกระทง ด้วยความเป็นจังหวัดต้นกำเนิดของประเพณีนี้ โดยการจัดงาน ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ที่ จังหวัดสุโขทัยถูกฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2520 ซึ่งจำลองบรรยากาศงานมาจากงานลอยกระทงสมัยกรุงสุโขทัย และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟขึ้นที่จังหวัดสุโขทัย ทุก ๆ ปี มีทั้งการจัดขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล และไฟพะเนียง


         ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งานลอยกระทงจะเรียกว่า เทศกาลไหลเรือไฟ โดยจัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ทุกปีในจังหวัดนครพนม มีการนำหยวกกล้วย หรือวัสดุต่าง ๆ มาตกแต่งเรือ และประดับไฟอย่างสวยงาม และตอนกลางคืนจะมีการจุดไฟปล่อยกระทงให้ไหลไปตามลำน้ำโขง


         กรุงเทพมหานคร มีการจัดงานลอยกระทงหลายแห่ง แต่ที่เป็นไฮไลท์อยู่ที่ 'งานภูเขาทอง' ที่จะเนรมิตงานวัดเพื่อเฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทง ส่วนใหญ่จัดอยู่ราว 7-10 วัน ตั้งแต่ก่อนวันลอยกระทง จนถึงหลังวันลอยกระทง

          ภาคใต้ มีการจัดงานลอยกระทงในหลาย ๆ จังหวัด เช่น อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีงานยิ่งใหญ่ทุกปี 

กิจกรรมในวันลอยกระทง 
          ในปัจจุบันมีการจัดงานลอยกระทงทุก ๆ จังหวัด ซึ่งจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ แต่กิจกรรมที่มีเหมือน ๆ กันก็คือ การ ประดิษฐ์กระทง โดยนำวัสดุต่าง ๆ ทั้งหยวกกล้วย ใบตอง หรือจะเป็นกาบพลับพลึง เปลือกมะพร้าว ฯลฯ มาประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เครื่องสักการบูชา ให้เป็นกระทงที่สวยงาม ภายหลังมีการใช้วัสดุโฟมที่สามารถประดิษฐ์กระทงได้ง่าย แต่จะทำให้เกิดขยะที่ย่อยสลายยากขึ้น จึงมีการรณรงค์ให้เลิกใช้กระทงโฟมเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนจะมีการดัดแปลงวัสดุทำกระทงให้หลากหลายขึ้น เช่น กระทงขนมปัง กระทงกระดาษ กระทงพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อให้ย่อยสลายง่ายและไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม 

          เมื่อไปถึงสถานที่ลอยกระทง ก่อนทำการลอยก็จะอธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนาขอให้ประสบความสำเร็จ หรือเสี่ยงทายในสิ่งต่าง ๆ จากนั้นจึงปล่อยกระทงให้ลอยไปตามสายน้ำ และในกระทงมักนิยมใส่เงินลงไปด้วย เพราะเชื่อกันว่าเป็นการบูชาพระแม่คงคา 

          นอกจากการลอยกระทงแล้ว มักมีกิจกรรมประกวดนางนพมาศอันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของประเพณีลอยกระทง และตามสถานที่จัดงานจะมีการประกวดกระทง ขบวนแห่ มหรสพสมโภชต่าง ๆ บางแห่งอาจมีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองด้วย


เพลงประจำเทศกาลลอยกระทง

          เมื่อเราได้ยินเพลง 'รำวงลอยกระทง' ที่ขึ้นต้นว่า 'วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง...' นั่นเป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึงวันลอยกระทงแล้ว ซึ่งเพลงนี้เป็นที่คุ้นหูของทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เพราะในต่างประเทศมักเปิดเพลงนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยว เพื่อแสดงถึงความเป็นประเทศไทย

          เพลงรำวงวันลอยกระทงแต่งโดยครูแก้ว อัจฉริยกุล ผู้ให้ทำนองคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งสุนทราภรณ์ ซึ่งครูเอื้อได้แต่งเพลงนี้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2498 ขณะที่ได้ไปบรรเลงเพลงที่บริเวณคณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีผู้ขอเพลงจากครูเอื้อ ครูเอื้อจึงนั่งแต่งเพลงนี้ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจึงเกิดเป็นเพลง 'รำวงลอยกระทง' ที่ติดหูกันมาทุกวันนี้ มีเนื้อร้องว่า

          วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง 
          เราทั้งหลายชายหญิง 
          สนุกกันจริง วันลอยกระทง 
          ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง 
          ลอยกระทงกันแล้ว 
          ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง 
          รำวงวันลอยกระทง
ทายนิสัยจากกระทงที่เลือก

เริ่มจาก กระทงใบตอง บ่งบอกถึงรสนิยมที่ชอบความพิถีพิถัน เป็นคนหนักแน่น ชอบทำมากกว่าพูด ชอบช่วยเหลือผู้อื่น สามารถอยู่ในกฎ ระเบียบได้ดี มีเอกลักษ์เฉพาะตัว มีเสน่ห์ดึงดูดใจ เป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก มีความอดทนต่อภาวะกดดันได้สูง คิดถึงคนรอบข้างอยู่เสมอ มีภาวะความเป็นผู้นำ ระเอียดรอบคอบ แต่ติดจะมีความคิดเป็นของตัวเองมากอยู่สักหน่อย

สำหรับคนที่เลือก กระทงกลีบบัว จะ เป็นคนขี้สงสาร ชอบความสงบ พูดจาพาทีนุ่มนวล มีจินตนการสูง อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ชอบการตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรง ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย คนประเภทนี้มักเป็นที่รักของผู้พบเห็น

คนที่เลือก กระทงขนมปัง เป็นคนมีจินตนาการสูง เปิดเผยจริงใจ ชอบสนุกสนานเฮฮา กล้าแสดงออก ไม่ยึดติด ไม่ชอบอยู่กับที่นานๆ เป็นนักเดินทาง ชอบการติดต่อสื่อสาร  ขี้เหงา เอาแต่ใจบ้างเป็นบางครั้ง มองโลกในแง่ดี เป็นคนที่ชอบเรียนรู้อยู่เสมอ หากมุ่งมั่นเมื่อไหร่ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ๆ

ปิดท้ายด้วย ยี่เป็ง ท่านที่เลือกกระทงประเภทนี้ เป็นคนรักอิสระ ชอบการเดินทาง สนใจใฝ่รู้กับสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ ชอบการเรียนรู้ เป็นนักผจญภัยของแท้ ชอบความท้าทายตื่นเต้น แต่ภายในใจ เป็นคนใจดีมีเมตตา มองโลกในแง่ดี โกรธง่ายหายเร็ว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้่าได้อย่างดีเยี่ยม มีความคิดเป็นของตัวเอง มองโลกในมุมบวก ชอบสร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง





ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.loikrathong.net/index.html

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีการกินเจและข้อควรปฏิบัติ

วิธีการกินเจและข้อควรปฏิบัติ

ข้อปฏิบัติ 10 ประการสำหรับผู้ถือศีลกินผักปัจจุบันนี้คนไทยให้ความสนใจเทศกาลกินเจและหันมารับประทานอาหารเจเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การรับประทานอาหารเจของคุณๆ ได้อิ่มบุญและอิ่มท้องกับสุขภาพที่ดี วันนี้มีเกร็ดเรื่องเล่าสุขภาพของการกินเจมาฝากกันดังนี้
 

"อาหารเจ" เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใด นำมาจากสัตว์ทุกประเภท และที่สำคัญอาหารเจ งดเว้นการปรุงการเสพพืชผักฉุน 5 ประเภทอันได้แก่

1. กระเทียม (หมายรวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม) 
2. หัวหอม (หมายรวมไปถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่) 
3. หลักเกียว (คือกระเทียมโทนจีนลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาว กว่า  ในประเทศไทยไม่พบว่าปลูกแพร่หลาย) 
4. กุยฉ่าย (ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า)
5. ใบยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติด มึนเมา)

โดยผักดังกล่าวเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนักกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษที่ทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นมูลเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ สำหรับผู้ปฏิบัติ สมาธิฝึกจิต ไม่ควรรรับประทานเป็นอย่างยิ่ง เพราะผักดังกล่าวมีฤทธิ์กระตุ้นจิตใจอารมณ์ให้เร่าร้อนใจคอ หงุดหงิดง่าย และยังมีผลทำให้พลังธาตุในกายรวมตัวกันได้ยาก เพราะฉะนั้น โดยหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่ครั้งบรรพกาลกล่าวได้ว่า "อาหารเจ" หรือ "อาหารของคนกินเจ" จีงเป็นอาหารที่ปรุงและรับประทานตาม หลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณจองจีนนั่นเอง

ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานอาหารเจ
1. พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอนอกจากผักสดๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว คนกินเจ จำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดๆ หลังอาหารทุกมื้อ อย่างสม่ำเสมอ การเลือกซื้อผักผลไม้เพื่อนำมาปรุงและการบริโภคในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบ ตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้

- สีแดง(แดงส้ม, แสด, ชมพู) สัญลักษณ์ ธาตุไฟ ได้แก่ มะเขือเทศ, พริกสุก, หัวแคร์รอต มะละกอ, ส้ม, แตงโม ฯล
- สีดำ (น้ำเงิน, ม่วง) สัญลักษณ์ ธาตุน้ำ ได้แก่ มะเขือม่วง, เผือก, เห็ดหูหนู ละมุด, ลูกหว้า, องุ่น ฯลฯ
- สีเหลือง (เหลืองแก่, เหลืองอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุดิน ได้แก่ ฟักทอง, ข้าวโพด, พริกเหลือง มะม่วง, กล้วย, ทุเรียน ฯลฯ
- สีเขียว (เขียวเข้ม, เขียวอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุไม้ ได้แก่ ผักคะน้า, ถั่วฝักยาว, ผักบุ้ง  ฝรั่ง, ชมพู่, มะเฟื่อง ฯลฯ
- สีขาว (ขาวนวล, ขาวสะอาด) สัญลักษณ์ ธาตุโลหะ ได้แก่ หัวผักกาดขาว, ผักกาดขาว, กะหล่ำดอก มะพร้าว, น้อยหน่า ฯลฯ

ทั้งนี้ผักผลไม้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นประเภทหายาก เช่น พวกผักผลไม้เมืองหนาว ควรยึดหลักราคาถูก ประหยัด แต่มีคุณประโยชน์สูง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักฉลาดกิน ฉลาดใช้ ประหยัดยอดประโยชน์เยี่ยม

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้หลายหลาก ตลอดปีเราสามารถหามาบริโภคได้ไม่ขาดแคลน จึงควรเลือกซื้อมาปรุงและบริโภคให้ครบทั้ง 5 สี โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนำมาบริโภคในแต่ละวันโดยไม่ซ้ำกัน และ ไม่ควรเลือกทานเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใด ที่ตนชอบโดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์หลายๆ ท่านเลือกรับประทานผักผลไม้เฉพาะอย่างเพื่อความอร่อยเท่านั้นเป็นการรับ ประทานอาหารเจ ที่ยังไม่ถูกหลัก

ข้อควรปฏิบัติ 10 ประการสำหรับผู้ถือศีลกินผัก

1. ชำระร่างกายให้สะอาดตลอดช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก
2. ทำความสะอาดเครื่องครัวและแยกใช้คนละส่วนกับผู้ที่ไม่ได้ถือศีลกินผัก
3. ควรสวมชุดขาวตลอดช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก
4. ประพฤติตนดีทั้งกายและใจ 
5. ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ 
6. ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก
7. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา
8. ผู้ที่อยู่ระหว่างไว้ทุกข์ไม่ควรร่วมงานประเพณีถือศีลกินผัก
9. หญิงมีครรภ์ ไม่ควรดูพิธีกรรมต่างๆ ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก
10. หญิงมีประจำเดือนไม่ควรร่วมพิธีกรรมใดๆ ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก

อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพ

image
พฤหัสบดี, มีนาคม 13th, 2557

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ – มัฟฟินกล้วยหอม (Brans & Banana Muffins)

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพวันนี้ขอเสนอ  มัฟฟินกล้วยหอม  สูตรที่พิเศษไปกว่ามัฟฟินธรรมดาๆตรงที่เราได้เติมคุณค่าให้กับเมนูมัฟฟินที่หลายคนชื่นชอบ   คราวนี้นอกจากได้ความอร่อยแบบเต็มรสชาติแล้ว ยังได้คุณค่าทางอาหารครบครัน  เช่น  ได้ไฟเบอร์จากธัญพืชจำพวกข้าวสาลีอบแห้ง  โปรตีนจากไข่  แคลเซียมจากนมสดและยังได้วิตามินและเกลือแร่จากผลแครนเบอรี่อบแห้งและกล้วยหอมแถมยังใช้เวลาในการทำไม่นานก็ได้อร่อยสมใจอยาก สมกับคำว่า  “ Good food ….. Good health ” จริงๆ ค่ะ  เข้าครัวกันมาเลยนะคะ มัฟฟินกล้วยหอม ส่วนผสม ข้าวสาลีอบแห้ง Weetabix 50 กรัม ( หรือยี่ห้ออื่นก็ได้ตามชอบ ) แป้งสาลีตราบัวแดง 170 กรัม น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 60 กรัม น้ำตาลป่น 10 กรัม ผงฟู ½ ช้อนชา เกลือป่น 1/8 ช้อนชา เบคกิ้งโซดา ½ โชดา ผลแครนเบอรี่อบแห้งหรือผลไม้อบแห้งอื่นๆ 40 กรัม กล้วยหอมสุกบดละเอียด 2 ลูก เนยเค็มละลาย 80
จันทร์, ตุลาคม 28, 2556

เมนูอาหารเจ – ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเส้นจันทน์

อาหารเจจานเดียวมักจะดีต่อสุขภาพเพราะว่า  ไม่มีคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์  เพียงแต่ว่าต้องระมัดระวังในการใช้น้ำมันพืชที่ควรจะเป็นประเภทที่มีกรดไขมันอิ่มตัวน้อยๆ  เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง
ศุกร์, ตุลาคม 25, 2556

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ – California Rum Raisin Trifle

หลายคนคงคุ้นเคยกับลูกเกดกันดียิ่งกว่าผลไม้อบแห้งจากต่างประเทศชนิดอื่นๆ  แม้ลูกเกดจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดิมแท้ของไทยแต่เมื่อได้ค้นคว้าล้วงลึกลงไปกลับพบว่า  ผลไม้แห้งเล็กๆชนิดนี้นอกจากอร่อยแล้วยังซ่อนความน่าสนใจไว้มากเกินตัวทีเดียว   ในลูกเกดเม็ดเล็กๆนี้อุดมด้วย  โพแทสเซียม ซึ่งช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกและโรค ความดันต่ำ ลูกเกดยังให้พลังงานสูงจากน้ำตาลธรรมชาติแต่ไม่ทำให้อ้วนเพราะปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอล มีโซเดียมต่ำ ให้เส้นใยอาหารเพื่อช่วยการขับถ่ายและมีสารแอนติออกซิแดนซ์ยับยั้งโรคจากความชรา มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจรวมทั้งมีกรดโอเลโนอิกช่วยขจัดแบคทีเรียในช่องปากที่คอยทำให้ฟันผุ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ  วันนี้ขอนำเสนอเมนูขนมที่มีส่วนผสมของลูกเกด ให้ได้ลิ้มลองกัน ตามเข้ามาในครัวเลยค่ะ คาลิฟอร์เนีย รัม เรซิน ทริเฟิ้ล (California Rum Raisin Trifle) เริ่มด้วยการทำส่วนผสมต่างๆที่ต้องใช้เสียก่อน  นั่นคือ   สตูลูกเกด   คัสตาร์ด  และ  ครีม วิธีทำสตูลูกเกด >ต้มลูกเกด 1 ถ้วย  น้ำตาลทรายแดง...
ศุกร์, ตุลาคม 18, 2556

เมนูอาหารลดน้ำหนัก – น้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่ม

น้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่ม เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้มที่มีรสอร่อยไม่แพ้กันจากทางภาคเหนือของไทยเรา ส่วนประกอบหลักๆของน้ำพริกอ่อง คือ  เนื้อหมูและมะเขือเทศ  ตามปกติมักรับประทานกับแคบหมูและผักสดนานาชนิด เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ชอบทานผักดิบเยอะและต้องการลดน้ำหนักส่วนเกิน ส่วนผสมของน้ำพริกอ่อง เนื้อหมูสับ ½  ถ้วย ( ใช้เต้าหู้แผ่นสีขาวชนิดแข็งสับแทนได้ ) เห็ดนางฟ้าสับ 1  ถ้วย มะเขือเทศลูกใหญ่สับ 1  ถ้วย น้ำตาลทราย 3  ช้อนโต๊ะ น้ำปลา            ¼ ถ้วย น้ำมะนาว 1  ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช  2  ช้อนโต๊ะ เครื่องแกงเผ็ด 4  ช้อนโต๊ะ ( หรือมากกว่านั้นถ้าชอบเผ็ด...
อาทิตย์, ตุลาคม 13th, 2556

เมนูอาหารลดน้ำหนัก – ส้มตำไทยกุ้งสด

ส้มตำ อาหารพื้นบ้านของไทยอีสานที่แพร่หลายไปทั่วทุกภูมิภาคจนกลายเป็นอาหารประจำชาติไทยและเป็นที่รู้จักดีแม้แต่ในหมู่ชาวต่างชาติ  นอกจากจะได้มีการพัฒนาสูตรให้หลากหลายออกไปแล้วยังเหมาะที่จะเป็นเมนูอาหารสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักเพราะมีส่วนประกอบของผักมากกว่าอย่างอื่น  มีคนเปรียบเทียบไว้ว่า  ส้มตำรสชาติต่างๆ นั้น  แท้จริงแล้ว คือ  สลัดผักแบบไทยๆ นั่นเอง เพราะมีครบทั้ง  เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ถูกจริตคนไทยเป็นอย่างยิ่ง  วันหยุดนี้ลองตำส้มตำทานกันในบ้านดูนะคะ    ส่วนผสม มะละกอ  แครอท สับเป็นเส้นยาวๆ 1  ½ ถ้วย ถั่วฝักยาว หั่นเป็นท่อน 2  ฝัก มะเขือเทศลูกเล็ก  6  ผล กุ้งแห้ง  2 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว  2 ...
ศุกร์, ตุลาคม 11th, 2556

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ – ชีสเค้ก อร่อยเข้ม หวาน เค็ม มัน

“ กระดูก” เป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่งไม่แพ้ส่วนอื่นๆของร่างกาย  ลองหลับตานึกดูว่าถ้า ไม่มีกระดูกแล้วรูปร่างพวกเราจะเป็นอย่างไร   มีสารอาหารหลายอย่างที่ช่วยลดภาวะของโรคกระดูกพรุนและส่งเสริมให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้ เช่น  แคลเซียมและวิตามินดี แคลเซียม เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ส่วนใหญ่อยู่ในกระดูก ให้ความแข็งแรงของกระดูกและฟัน โดยปกติร่างกายเราไม่สามารถสร้างแคลเซียมเองได้ อาการจากนมและผลิตภัณฑ์จากนม จะให้แคลเซียมสูง         วิตามินดี มีหน้าที่เสริมการดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัส ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดและที่สะสมอยู่ในกระดูกและฟัน  อันนี้ได้จากแสงแดด เราจึงควรต้องออกกำลังกายท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ บ่อยๆเท่าที่จะทำได้   เมนูเพื่อสุขภาพวันนี้  เราจะนำ ชีส  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนม มาปรุงร่วม กับ สปันจ์เค้กเนื้อนุ่มๆให้ได้ลิ้มลองกันดู เมื่อเอ่ยคำว่า “ ชีส”  หลายคนคงยิ้มแก้มปริ เพราะความมันๆเค็มๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เมื่อนำมาปรุงอาหารก็ทำให้เมนูจานนั้นอร่อยจนไม่อยากวางมือกันเลยทีเดียว  เชดดาร์ชีส...
อาทิตย์, ตุลาคม 6, 2556

เมนูอาหารเจ – ข้าวเหนียวหมูทอดกระเทียมพริกไทย เจ นะคะ

ใกล้เทศกาลเจแล้ว  ใครที่ติดรับประทานเนื้อสัตว์คงคิดว่า  ตายแน่  อดกินหมูไปหลายวันเลยทีเดียว  เรามาลองมองหาเมนูอาหารเจแก้เบื่อกันดีกว่า  หลายคนบอกว่า ห้ามบ่นนะประเดี๋ยวจะอดได้บุญ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า  ท่านใดบอกมา นะ… เจ้าคะ เมนูอาหารเจอย่างเช่น  หมูทอดกระเทียมพริกไทยเจ ก็ต้องกินกับข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆร้อนๆ จึงจะเข้ากัน  แม้จะเป็นหมูทอดเจที่ทำจากโปรตีนเกษตร แต่เมื่อหมักเข้ากับเครื่องเทศทั้งรากผักชีและพริกไทยโขลกแล้วนำไปทอดจนเป็นสีทอง เหลืองกรอบ  รับประทานคู่กับข้าวเหนียวและน้ำจิ้มแจ่วแค่นี้ก็อร่อยไม่แพ้หมูทอดที่ปรุงจากเนื้อสัตว์เลยจริงๆค่ะ ข้าวเหนียว หมูทอดกระเทียมพริกไทย เจ ส่วนผสม โปรตีนเกษตรชนิดก้อนแช่น้ำอุ่นพอนิ่ม บีบให้หมาดๆ 15 ก้อน รากผักชีและพริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนชา ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด...
พฤหัสบดี, ตุลาคม 3, 2556

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ – มูสลี่ข้าวโอ๊ตกล้วยหอม

การอยากมีหัวใจที่แข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องยากลำบากจนเกินไป  เพียงแต่คุณควรเริ่มต้นดูแลเสียแต่วันนี้ หัวใจของเราเองจะฝากให้ใครดูแลนั้นก็คงจะไม่ได้ ดร. โจเซฟ คีแนน แห่งมหาวิทยาลัยมินิโซต้า ทำการวิจัยเกี่ยวกับผลของใยอาหารที่ละลายน้ำ  ได้ความเกี่ยวพันกับโรคหัวใจว่า  ธัญพืชเป็นแหล่งของใยอาหารที่ดีที่สุดและมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ( หัวใจวาย) ซึ่งใยอาหารที่ละลายน้ำได้นั้นมีประสิทธิภาพในการช่วยลด คอเลสเตอรอล  แหล่งอาหารที่มีใยอาหารที่ละลายน้ำได้แก่ มูสลีข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์  ถั่วเมล็ดแห้งและเมล็ดแมงลัก เป็นต้น คนที่กินอาหารที่มีเส้นใยสูงเป็นประจำจะช่วยชะลอความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินอาหาร หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง เพราะเส้นใยอาหารเข้าไปเป็นตัวขับเคลื่อนให้อวัยวะต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะลำไส้ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จึงช่วยลดอาการท้องผูก ข้าวโอ๊ต นั้นเป็นธัญพืชที่น่าสนใจเพราะมีเรื่องการวิจัยเรื่องข้าวโอ๊ตโดยเฉพาะ  พบว่าข้าวโอ๊ตมีประสิทธิภาพในการลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ( LDL Low-Density Lipoproteins) รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าปล่อยให้หัวใจอ่อนแอก่อนแล้วค่อยคิดจะดูแล  มาสรรหาเมนูอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชที่ให้ปริมาณเส้นใยสูงอย่าง ข้าวโอ๊ต กันดีกว่า ...
อังคาร, กันยายน 24, 2556

สูตรต้มจืดหมูสับง่ายๆ

ในช่วงเวลาเจ็บป่วย ส่วนใหญ่เรามักจะมักจะรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ เบื่ออาหาร การรับรสเปลี่ยนไปเพราะประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นบกพร่อง  นอกจากนี้ยังมีอาการคลื่นเหียนอาเจียนได้ง่ายจากอิทธิพลของเจ้าเชื้อไวรัส  ซึ่งหากเป็นไข้หวัดธรรมดา สัก 5 – 7 วันอาการก็จะเริ่มดีขึ้นเอง   คุณๆ ที่ป่วยต้องพักผ่อนให้มากขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้สร้างภูมิต้านทานและดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อลดความร้อนในร่างกาย เมื่อไข้เริ่มลดลงแล้ว  คราวนี้คงต้องพึ่งเมนูเพื่อสุขภาพประเภท  “ อาหารเป็นยา ” กันละค่ะ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพวันนี้  ขอนำเสนอ  ต้มจืดหมูสับกับต้นผักชี  เพราะในผักชีมีน้ำมันหอมระเหยและวิตามินซีเยอะมาก ช่วยต้านหวัดได้ดี “ ผักชี” เป็นสมุนไพรใกล้ครัวที่ช่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็ว ผักชีจึงมิได้มีดีแค่ไว้โรยหน้าเท่านั้น  ตัวรากผักชีเอง มีฤทธิ์หอมเย็น เป็นสมุนไพรช่วยกระทุ้งพิษไข้ภายในให้ขับออกมาทางเหงื่อจึงช่วยให้เราได้โบกมือลาไข้หวัดได้เร็วขึ้น  เมนูนี้ใช้ได้ผลชะงัดนัก จึงอยากแบ่งปันให้คุณๆได้ทดลองปรุงต้านหวัดกันในวันที่ฝนพรำแบบไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้  มาลงมือทำกันเลยค่ะ ต้มจืดหมูสับกับต้นผักชี ส่วนผสม...
พุธ, กันยายน 18, 2556

เมนูอาหารสุขภาพ – ออร์เดิร์ฟฝรั่งเศส

วลีที่ว่า “ หวานเป็นลม ขมเป็นยา ”  นั้นยังใช้ได้อยู่เสมอ  นักโภชนาการกล่าวว่า  เมื่อความหวานในน้ำตาลพบกับโปรตีน เมื่อไหร่  ผิวหนังและเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกายจะสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย มีผลทำให้แก่เร็ว  นักโภชนาการทั้งหลายจึงมักแนะนำให้กิน “น้ำตาลทรายแดง” หรือ “ น้ำตาลอ้อย ” แทนน้ำตาลทรายฟอกขาว ระวัง !!!  อย่าหลงหวานจนเกินพอดี เอาพอปะแล่มๆ ก็แหล่มแล้วละค่ะ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพวันนี้ขอเสนอ ยำออเดิร์ฟฝรั่งเศส  ตำรับของท่านเจ้าพระยา อภัยภูเบศร ( ชุ่ม อภัยวงศ์) ซึ่งมีรสขมนิดหน่อยแต่ขอรับรองว่าอร่อยแน่ๆ ตำรับอาหารของท่านมักจะใส่พืชสมุนไพรลงไปเสมอ อย่างเช่น ออเดิร์ฟจานนี้ท่านใส่มะระขี้นกที่มีสรรพคุณรักษาอาการจากโรคเบาหวานและลดคอเลสเตอรอล  สูตรต้นตำรับใช้มะระขี้นกผัดกับชีสการ์มองแบร์  รับประทานกับผลไม้และไวน์  ท่านเจ้าพระยาได้เปลี่ยนมาใช้เนยสดและกุ้งแห้งทอดแทนเพื่อให้ได้กลิ่นละมายคล้ายของดั้งเดิม...
- See more at: http://www.dietza.com/?cat=30&gclid=CLGrt_rVisECFUMRjgod-CkArA#sthash.8snO2Qlt.dpuf

วันไปรษณีย์โลก

9 ตุลาคม วันไปรษณีย์โลก ประวัติวันไปรษณีย์โลก

วันไปรษณีย์โลก 9 ตุลาคมของทุกปี

ในวันที่ 9 ตุลาคมของทุกปี จะมีกิจกรรมงานเฉลิมฉลองใน วันไปรษณีย์โลก (World Post Day) ซึ่งถือว่าเป็นวันครบรอบการก่อตั้ง องค์การไปรษณีย์สากล (UPU) โดยเริ่มก่อตั้งครั้งแรกในปี 1874 ที่เมืองสวิตส์, เบิร์น ซึ่งวันที่ 9 ตุลาคมนี้ที่ได้รับว่าเป็นวันไปรษณีย์โลก ได้มาจากการตกลงในมติที่ประชุมองค์การไปรษณียสากลของโตเกียว ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1969 ที่นี่เรามาดูประวัติ ไปรษณีย์ในประเทศไทยของเราบ้าง
การไปรษีย์ในประเทศไทย
ในประเทศไทยของเราได้รับอิทธิพลมาจากกงสุลของประเทศอังกฤษ โดยได้เอาระบบการติดต่อสื่อสาร ทางไปรษณีย์มาใช้ในการติดต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ กับสิงคโปร์ คือ ในราวปี พ.ศ. 2410 ปลายรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น จึงจำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร ส่งข่าวไปมากับต่างประเทศมากขึ้น จึงได้จัดการรับบรราดาจดหมายเพื่อติดต่อกับต่างประเทศ โดยใช้สถานที่ตึกยามท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาหลังกงสุงอังกฤษเปิดเป็นที่ทำการ โดยใช้ตราไปรษียากรของสหพันธรัฐมลายาและอินเดีย ซึ่งพิมพ์อักษร “B” ประทับลงบนดวงตราไปรษณียการนั้นๆ แทนคำว่า “Bangkok” และจำหน่ายจดหมายเล่านั้นไปประทับตราวันที่ที่สิงคโปร์ โดยฝากกับเรือค้าขายภายใต้ร่มธงอังกฤษ เพื่อไปยังประเทศสิงคโปร์ต่อไป  (การรับ-ส่งจดหมายของกงสุลนี้ได้มีมาช้านานจนกระทั่ง พ.ศ. 2425 จึงได้เลิกไป)
วันไปรษณีย์โลกวันไปรษณีย์โลก
สถานที่ทำการไปรษณีย์ในอดียและ บุรุษไปรษณียกับตู้ไปรษณีย์
ที่ทำการไปรษีย์ สมัยรัชกาลที่ 5 และบุรุษไปรณีย์ กับตู้ไปรษณีย์สมัยก่อน
มีหลักฐานปรากฎในจดหมายเหตุของหลวงว่าประมาณกลางปี พ.ศ. 2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราช (ข้าราชการสำนักในต้นรัชกาลที่ 5) ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงพระราชดำริจัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นในประเทศไทย
วันไปรษณีย์โลกวันไปรษณีย์โลก
บุรุษไปรษณีย์กับการส่งจดหมายแก่ชาวบ้านในสมัยก่อน
บุรุษไปรษณีย์ใน พ.ศ. 2435  ,  และ บุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมายถึงชาวบ้าน
หลังจากนั้นรัชกาลที่ 5 งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมไปรษณีย์ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมพุทธศักราช 2426 เป็นปฐม มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือปากคลองโอ่งอ่าง และในวันเดียวกันนี้เอง (ซึ่งตรงกับวันเสาร์เดือนเก้าขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมะแม เบญจศก 1245) ก็ได้มีประกาศเปิดการไปรษณีย์ทดลองในกรุงเทพฯโดยกำหนดให้มีบริการไปรษณีย์ภายในอาณาเขต ดังนี้คือ
1.ด้านเหนือ ถึง สามเสน
2.ด้านตะวันออก ถึง สระประทุม
3.ด้านใต้ ถึง บางคอแหลม
4.ด้านตะวันตก ถึง ตลาดพลู
การเปิดบริการไปรษณีย์ในเขตกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ปรากฏว่า เมื่อดำเนินการมาได้เดือนเศษ ปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการมาก ได้ยังความชื่นชม สมพระราชหฤทัยมาก ดังจะเห็นได้จากกระแสพระราชดำรัส ซึ่งทรงพระราชทานแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อย ข้าทูลละออง ธุลีพระบาท ราชทูตอเมริกันและท่านเอเย่นต์กอมิสแซและกงสุลต่างประเทศ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนม์พรรษา เมื่อวัน ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2426 มีความตอนหนึ่งว่า
” การไปรษณีย์ซึ่งได้เปิดใช้โดยส่งหนังสือในแขวงจังหวัดกรุงเทพฯ เสมอนั้น ก็เป็นที่แปลกใจของเราที่ไม่คิดว่าคนไทยจะใช้หนังสือกันถึงเพียงนี้ ทำให้เรามีความประสงค์ที่จะจัดการให้ได้ส่งหนังสือไปมาให้ได้ตลอดพระราชอาณาจักรสยามได้โดยเร็ว จะเป็นประโยชน์ในการค้าขายแลทางราชการมาก แล้วภายหลังเราหวังใจว่าคงจะทำตามคำเชิญของท่านผู้จัดการไปรษณีย์ใหญ่ในกรุงเยอรมนี ให้กรุงสยามเข้าจัดการส่งหนังสือไปมาได้ทั่วโลก คือเข้าในหมู่พวกการไปรษณีย์อันรวมกัน “


วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พลังงานทดแทน

พลังงานทดแทน หมายถึงพลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง


พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้แล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติ เป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง ในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สามารถจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบคือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อน
พลังงานน้ำ เป็นรูปแบบหนึ่งการสร้างกำลังโดยการอาศัยพลังงานของน้ำที่เคลื่อนที่ ปัจจุบันนี้พลังงานน้ำส่วนมากจะถูกใช้เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้แล้วพลังงานน้ำยังถูกนำไปใช้ในการชลประทาน การสี การทอผ้า และใช้ในโรงเลื่อย พลังงานของมวลน้ำที่เคลื่อนที่ได้ถูกมนุษย์นำมาใช้มานานแล้วนับศตวรรษ โดยได้มีการสร้างกังหันน้ำ (Water Wheel) เพื่อใช้ในการงานต่างๆ ในอินเดีย และชาวโรมันก็ได้มีการประยุกต์ใช้เพื่อใช้ในการโม่แป้งจากเมล็ดพืชต่างๆ ส่วนผู้คนในจีนและตะวันออกไกลก็ได้มีการใช้พลังงานน้ำเพื่อสร้าง Pot Wheel เพื่อใช้ในวิดน้ำเพื่อการชลประทาน โดยในช่วงทศวรรษ 1830 ซึ่งเป็นยุคที่การสร้างคลองเฟื่องฟูถึงขีดสุด ก็ได้มีการประยุกต์เอาพลังงานน้ำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเรือขึ้นและลงจากเขา โดยอาศัยรางรถไฟที่ลาดเอียง (Inclined Plane Railroad :Funicular)โดยตัวอย่างของการประยุกต์ใช้แบบนี้ อยู่ที่คลอง Tyrone ในไอร์แลนด์เหนือ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการประยุกต์ใช้พลังงานน้ำในยุคแรกนั้นเป็นการส่งต่อพลังงานโดยตรง (Direct Mechanical Power Transmission) ทำให้การใช้พลังงานน้ำในยุคนั้นต้องอยู่ใกล้แหล่งพลังงาน เช่น น้ำตก เป็นต้น ปัจจุบันนี้ พลังงานน้ำได้ถูกใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า ทำให้สามารถส่งต่อพลังงานไปใช้ในที่ที่ห่างจากแหล่งน้ำได้
พลังงานน้ำเกิดจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานศักย์จากความเร่งเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก การนำเอาพลังงานน้ำมาใช้ประโยชน์ทำได้โดยให้น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ พลังงานศักย์ของน้ำถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนนี้คือ กังหันน้ำ (Turbines) น้ำที่มีความเร็วสูงจะผ่านเข้าท่อแล้วให้พลังงานจลน์แก้กังหันน้ำ ซึ่งหมุนขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ในปัจจุบันพลังงานที่ได้จากแหล่งน้ำที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ พลังงานน้ำตก พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง พลังงานคลื่น
1. พลังงานน้ำตก การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำนี้ทำได้โดยอาศัยพลังงานของน้ำตก ออกจากน้ำตามธรรมชาติ หรือน้ำตกที่เกิดจากการดัดแปลงสภาพธรรมชาติ เช่น น้ำตกที่เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ น้ำตกจากทะเลสาบบนเทือกเขาสู่หุบเขา กระแสน้ำในแม่น้ำไหลตกหน้าผา เป็นต้น การสร้างเขื่อนกั้นน้ำและให้น้ำตกไหลผ่านกังหันน้ำซึ่งติดอยู่บนเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากำลังงานน้ำที่ได้จะขึ้นอยู่กับความสูงของน้ำและอัตราการไหลของน้ำที่ปล่อยลงมา ดังนั้นการผลิตพลังงานจากพลังงานนี้จำเป็นต้องมีบริเวณที่เหมาะสมและการสร้างเขื่อนนั้นจะต้องลงทุนอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามจากการสำรวจคาดว่าทั่วโลกสามารถผลิตกำลังไฟฟ้าจากกำลังน้ำมากกว่าพลังงานทดแทนประเภทอื่น 
2. พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง มีพื้นฐานมาจากพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ของระบบที่ประกอบด้วยดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ จึงจัดเป็นแหล่งพลังงานประเภทใช้แล้วไม่หมดไป สำหรับในการเปลี่ยนพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า คือ เลือกแม่น้ำหรืออ่าวที่มีพื้นที่เก็บน้ำได้มากและพิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงมีค่าสูงแล้วสร้างเขื่อนที่ปากแม่น้ำหรือปากอ่าว เพื่อให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำขึ้นมา เมื่อน้ำขึ้นจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ และเมื่อน้ำลงน้ำจะไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ การไหลเข้าออกจากอ่างของน้ำต้องควบคุมให้ไหลผ่านกังหันน้ำที่ต่อเชื่อมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เมื่อกังหันน้ำหมุนก็จะได้ไฟฟ้าออกมาใช้งานหลักการผลิตไฟฟ้าจากน้ำขึ้นน้ำลงมีหลักการเช่นเดียวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำตก แต่กำลังที่ได้จากพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงจะไม่ค่อยสม่ำเสมอเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงขึ้นลงของน้ำแต่อาจจัดให้มีพื้นที่กักน้ำเป็นสองบริเวณหรือบริเวณพื้นที่เดียว โดยการจัดระบบการไหลของน้ำระหว่างบริเวณบ่อสูงและบ่อต่ำ และกักบริเวณภายนอกในช่วงที่มีการขึ้นลงของน้ำอย่างเหมาะสม จะทำให้กำลังงานพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงสม่ำเสมอดีขึ้น
3. พลังงานคลื่น เป็นการเก็บเกี่ยวเอา พลังงานที่ลม ถ่ายทอดให้กับผิวน้ำในมหาสมุทรเกิดเป็นคลื่นวิ่งเข้าสู่ชายฝั่งและเกาะแก่งต่างๆเครื่องผลิต ไฟฟ้าพลังงานคลื่นจะถูกออกแบบให้ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำบริเวณหน้าอ่าวด้านหน้าที่หันเข้าหา คลื่น การใช้คลื่นเพื่อผลิตไฟฟ้านั้นถ้าจะให้ได้ผลจะต้องอยู่ในโซนที่มียอดคลื่นเฉลี่ยอยู่ที่ 8 เมตร ซึ่งบริเวณนั้นต้องมีแรงลมด้วย แต่จากการวัดความสูงของยอดคลื่นสูงสุดในประเทศไทยที่จังหวัดระนองพบว่า ยอดคลื่นสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 4 เมตรเท่านั้น ซึ่งก็แน่นอนว่าด้วยเทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานคลื่นในปัจจุบันนั้นยังคงไม่สามารถใช้ในบ้านเราให้ผลจริงจังได้
พลังงานลม ลมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก พลังงานลมเกิดจากพลังงานจากดวงอาทิตย์ตกกระทบโลกทำให้อากาศร้อน และลอยตัวสูงขึ้น อากาศจากบริเวณอื่นซึ่งเย็นและหนาแน่นมากกว่าจึงเข้ามาแทนที่ การเคลื่อนที่ของอากาศเหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดลม และมีอิทธิพลต่อสภาพลมฟ้าอากาศในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวฝั่งทะเลอันดามันและด้านทะเลจีน (อ่าวไทย) สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายต้นไม้หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่างๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น ศักยภาพของพลังงานลมที่สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้สำหรับประเทศไทย มีความเร็ว อยู่ระหว่าง 3 - 5 เมตรต่อวินาที และความเข้มพลังงานลมที่ประเมินไว้ได้อยู่ระหว่าง 20 - 50 วัตต์ต่อตารางเมตร
พลังงานความร้อนใต้พิภพ คือ พลังงานธรรมชาติที่เกิดจากความร้อน ที่ถูกกักเก็บอยู่ภายใต้ผิวโลก (Geo = โลก, Thermal = ความร้อน) โดยปกติแล้วอุณหภูมิภายใต้ผิวโลกจะเพิ่มขึ้นตามความลึก กล่าวคือยิ่งลึกลงไป อุณหภูมิจะยิ่งสูงขึ้น และในบริเวณส่วนล่างของชั้นเปลือกโลก (Continental Crust) หรือที่ความลึกประมาณ 25-30 กิโลเมตร อุณหภูมิจะมีค่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ประมาณ 250 ถึง 1,000ฐC ในขณะที่ตรงจุดศูนย์กลางของโลก อุณหภูมิอาจจะสูงถึง 3,500 ถึง 4,500 C การเกิดของพลังงานความร้อนใต้พิภพ ลักษณะของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่พบในโลก แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพมีอยู่ในเขตใดบ้างในโลก
พลังงานชีวมวล (Bio-energy) หมายถึง พลังงานที่ได้จากชีวมวลชนิดต่างๆ ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น โดยกระบวนการแปรรูปชีวมวลไปเป็นพลังงานรูปแบบต่างๆ มีดังนี้คือ
1.การเผาไหม้โดยตรง (combustion) เมื่อชีวมวลมาเผา จะได้ความร้อนออกมาตามค่าความร้อนของชนิดชีวมวล ความร้อนที่ได้จากการเผาสามารถนำไปใช้ในการผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิ และความดันสูงไอน้ำนี้จะถูกนำไปขับกังหันไอน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าต่อไป ตัวอย่างชีวมวลประเภทนี้คือ เศษวัสดุทางการเกษตร และเศษไม้
2.การผลิตก๊าซ (gasification) เป็นกระบวนการเปลี่ยนเชื้อเพลิงแข็งหรือชีวมวลให้เป็นแก๊สเชื้อเพลิง เรียกว่าแก๊สชีวภาพ (biogas) มีองค์ประกอบของแก๊สมีเทน แก๊สไฮโดรเจน แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์
สามารถนำไปใช้สำหรับกังหันแก๊ส(gas turbine)
3.การหมัก (fermentation) เป็นการนำชีวมวลมาหมักด้วยแบคทีเรียในสภาวะไร้อากาศ ชีวมวลจะถูกย่อยสลายและแตกตัว เกิดแก๊สชีวภาพ(biogas) ที่มีองค์ประกอบของแก๊สมีเทนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สมีเทนใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์สำหรับผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้สามารถใช้ขยะอินทรีย์ชุมชน มูลสัตว์ น้ำเสียจากชุมชนหรืออุตสาหกรรมเกษตร เป็นแหล่งวัตถุดิบชีวมวลได้
4.การผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากพืช มีกระบวนการที่ใช้ผลิตดังนี้
กระบวนการทางชีวภาพ ทำการย่อยสลายแป้ง น้ำตาล และเซลลูโลสจากพืชทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าวฟ่างหวาน กากน้ำตาล และเศษลำต้นอ้อย ให้เป็นเอทานอล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงเหลวในเครื่องยนต์เบนซิน
กระบวนการทางฟิสิกส์และเคมี โดยสกัดน้ำมันออกจากพืชน้ำมัน จากนั้นนำน้ำมันที่ได้ไปผ่านกระบวนการทรานส์เอสเตอริฟิเคชั่น (transesterification) เพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซล
กระบวนการใช้ความร้อนสูง เช่นกระบวนการไพโรไลซิส เมื่อวัสดุทางการเกษตรได้ความร้อนสูงในสภาพไร้ออกซิเจน จะเกิดการสลายตัว เกิดเป็นเชื้อเพลิงในรูปของเหลวและแก๊สผสมกัน
พลังงานชีวมวลได้แก่ เอทานอล และไบโอดีเซล

ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากhttp://www.thaigoodview.com/node/51213

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

26 มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก

                                                                  

                                    วันต่อต้านยาเสพติด                                                                                  26 มิถุนายน


ประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหา ยาเสพติด มาเป็นเวลาช้านาน รัฐบาลในแต่ละยุค
ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาตลอด จนกระทั่งใน พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติ
ภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 37 
ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2501 ให้เลิกการสูบฝิ่นทั่วราชอาณาจักรโดยมีการเผาทำลายฝิ่น
และอุปกรณ์การสูบฝิ่นที่ท้องสนามหลวงในคืนวันที่ 30 มิถุนายน 2502 
หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2504 รัฐบาลได้จัดตั้ง “คณะกรรมการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ” 
ใช้ชื่อย่อว่า ปปส. สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธาน 
และมีผู้แทนจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ
          ต่อมาในสมัยนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลได้เล็งเห็นว่า

 การปราบปรามยาเสพติดไม่สามารถแก้ไขได้โดยการดำเนินการเฉพาะกรมตำรวจฝ่ายเดียว 
จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 
ต่อสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519
          ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยก็ได้ดำเนินไป

อย่างมีแบบแผนและเป็นระบบที่ดีขึ้น พระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดให้มีคณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือเรียกชื่อย่อว่า ป.ป.ส. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 
และจัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ส. ขึ้นเป็นหน่วยงานกลางรับผิดชอบโดยตรง มีฐานะเป็นกรม 
กรมหนึ่งในสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน
และปราบปรามยาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
          ผลจากปัญหายาเสพติด ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อมวลมนุษยชาติทั่วโลก 

ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจึงได้พยายามร่วมมือกันเพื่อหาทางหยุดยั้งปัญหายาเสพติด 
ดังนั้นในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการใช้ยาในทางที่ผิด 
และการลักลอบใช้ยาเสพติด (International Conference on Drug Abuse and llicit Trafficking 
ICDAIT) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่าง วันที่ 17-26 มิถุนายน 2530 
ที่ประชุมได้มีมติให้เสนอสมัชชาใหญ่สหประชาชาติขอให้กำหนดวันที่26มิถุนายนของทุกปี
เป็นวันต่อต้านยาเสพติดซึ่งที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติได้มีมติเห็นชอบ
ตามข้อเสนอดังกล่าวในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2530
          ประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ส.ในฐานะหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการ

ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในประเทศมาโดยตลอด ได้นำมติเรื่องวันต่อต้าน
ยาเสพติดขององค์การสหประชาชาติเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 14 
มิถุนายน 2531 ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กำหนดวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี
 เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531เป็นต้นมา
           กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันต่อต้านยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมด้านป้องกัน

 เช่นการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การจัดนิทรรศการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ผ่านสื่อมวลชน การจัดสัมมนาทางวิชาการ เป็นต้น
          ในฐานะที่ประเทศไทยถือว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่ง ดังนั้นทุกองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐบาลหรือเอกชนควรจะร่วมมือกันในการป้องกัน
และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยร่วมกันจัดกิจกรรมตามกำลังความสามารถเพื่อ
ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้ปลอดพ้นจากปัญหายาเสพติดและช่วยให้ผู้ที่ได้ตกเป็นทาสยาเสพติด
ได้มีโอกาสกลับเข้ามาอยู่ร่วมในสังคมอย่างปกติสุข
[Link]  สารานุกรมไทย 
แหล่งที่มา วรนุช อุษณกร. ประวัติวันสำคัญที่ควรรู้จัก. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์,2528.